BOF Logo
พื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซระดับพรีเมียม

สัมผัสประสบการณ์พื้นที่ทำงานหรู: JustCo ที่ วัน แบงค็อก , ServCorp ที่ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

สอบถามเพิ่มเติม

บริษัทของเราเหมาะกับพื้นที่สำนักงานประเภทไหน? Home Office, Conventional Office or Serviced Office?

ธุรกิจแต่ละธุรกิจก็ย่อมมีความแตกต่างในความต้องการ หรือแม้กระทั่งแต่ละบริษัทในธุรกิจประเภทเดียวกัน (Industry) เดียวกันก็ยังมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป หรือแม้แต่บริษัทๆหนึ่ง ก็ย่อมมีความต้องการที่แตกต่างออกไปอีกขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา และสภาวะของบริษัทในขณะนั้น


การเลือกพื้นที่สำนักงานที่ดี จะต้องสามารถสะท้อนความต้องการของธุรกิจคุณลงไปได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นสำนักงานที่เหมาะกับคุณ จะไม่ใช่เพียงแต่อยู่ในทำเลที่ดี ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนหรือรถไฟฟ้า หรือไม่ใช่เพียงแค่อยู่ในอาคารที่สวยงาม มีอาหารการกินเพรียบพร้อมสำหรับพนักงานทุกระดับ จริงอยู่ที่ลักษณะทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกของอาคารเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่การเข้าใจในความต้องการและลักษณะการใช้งานที่แท้จริงในเชิงลึกและเฉพาะเจาะจง จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริม ผลักดันความสำเร็จของธุรกิจคุณให้ดำเนินงานได้ราบรื่น ควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานได้ดี และมีภาพลักษณ์ที่เหมาะสม

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกพื้นที่สำนักงาน เราอยากให้คุณตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน

  1. บริษัทของคุณอยู่ในช่วงใดของธุรกิจ ?

บริษัทคุณเพิ่งเริ่มต้น มีพนักงานเพียง 2-5 คน อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้มากโดยอาจมีการเติบโตแบบฉับพลัน ฯล เติบโตจนค่อนข้างมีความมั่นคงแล้ว มีพนักงานระดับเกิน 10 คนขึ้นไป สามารถคาดเดาการเติบโตและความต้องการของบริษัทได้ค่อนข้างแน่นอน

  1. คุณมีพนักงานในบริษัท มากน้อยเท่าไร และจะเติบโตเป็นเท่าไรภายในอนาคต 1-2 ปี

  2. คุณมีความพร้อม (หรือความต้องการ ) มากน้อยเพียงใดที่จะลงทุนตกแต่งพื้นที่ออฟฟิศใหม่ของคุณ ?

  3. คุณทำธุรกิจที่จะต้องมีลูกค้าเข้ามาติดต่องานเป็นประจำหรือไม่ หรือลักษณะงานของคุณเป็น Back office ที่ทำงานธุรการเป็นหลักไม่ได้มีการต้องติดต่อกับผู้คน – ภาพลักษณ์ของสำนักงานจำเป็นสำหรับคุณมากหรือน้อย ?

  4. คุณตอบได้หรือไม่ว่าความต้องการเฉพาะของธุรกิจของคุณคืออะไร ?

คุณต้องการอยู่ใกล้กับโกดังเก็บสินค้า , ต้องการการเชื่อมต่อสู่สนามบิน , ต้องการสถานที่ๆสามารถใช้เสียงดังที่เกิดจากการซ่อมบำรุง , ต้องการความยืดหยุ่นในการผูกมัด การทำสัญญาเพียงระยะสั้นเนื่องจากมีการดำเนินงานลักษณะเป็นโปรเจ็ค , ฯลฯ

คำถามดังกล่าว จะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณเหมาะกับพื้นที่สำนักงานประเภทใด ซึ่งเราสามารถจัดเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภทดังนี้ เพื่อไม่ให้บทความนี้ยาวจนเกินไป จึงจะขอพูดถึงเพียง คำจำกัดความของสำนักงานแต่ละประเภทเท่านั้นโดยท่านสามารถคลิก เพื่อดูรายละเอียดข้อดีข้อเสียของอาคารสำนักงานแต่ละประเภทได้ ตามลิ้งค์ด้านล่าง :
  • Home Office หรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย และเป็นออฟฟิศด้วยในอาคารเดียวกัน โดยปกติมักอยู่ในรูปของ อาคาร Stand-Alone , อาคารพาณิชย์, ทาวเฮ้าส์ ( คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข้อดีข้อเสียเพิ่มเติม )
  • Office Building อาคารสำนักงานที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้เป็นสำนักงานโดยเฉพาะ แบ่งเช่าให้กับผู้เช่าหลายรายซึ่งปกติผู้เช่าสามารถ เลือกเช่าขนาดที่ตนต้องการได้ ภายในอาคารจะมีการตกแต่งเพื่อให้ดูเป็นทางการเป็นธุรกิจ และมีการจัดเตรียมพื้นที่และสาธารณูปโภคส่วนกลางไว้ให้ เช่นที่จอดรถ, ห้องน้ำส่วนกลาง , ลิฟท์ , ศูนย์อาหาร , พื้นที่สำหรับร้านค้าปลีกประเภทต่างๆ , ห้องประชุม , ศูนย์ออกกำลังกาย, ฯลฯ ทั้งนี้สาธารณูปโภคต่างๆจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละอาคาร Office building ที่เราจะพูดถึงในที่นี้คือการเช่าพื้นที่ว่าง (conventional space) จากอาคารสำนักงาน ซึ่งลักษณะพื้นที่ที่ได้นั้นปกติจะ เป็นพื้นที่ว่าง พื้นเป็นคอนกรีต มีฝ้าเพดานแบบ T-Bar ให้ และผู้เช่าต้องทำการตกแต่งพื้นที่ ปูพื้น จัดหาเฟอร์นิเจอร์และ เครื่องใช้สำนักงานเอง ( คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข้อดีข้อเสียเพิ่มเติม )
  • Serviced Office ออฟฟิศสำเร็จรูป โดยปกติแล้วจะเป็นการแบ่งเช่าช่วงพื้นที่ในอาคารสำนักงานเกรด A หรือ B+ ที่อยู่ในทำเลดี ใกล้สถานีรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน มีสาธารณูปโภคส่วนกลางเพรียบพร้อม โดยออฟฟิศสำเร็จรูปนี้จะมีการตกแต่งพื้นที่อย่างสมบูรณ์ แบ่งกั้นเป็นห้องขนาดต่างๆกัน โดยปกติ ขนาด 2 – 8 ที่นั่ง โดยผู้เช่าสามารถหิ้วกระเป๋าเอกสารและคอมพิวเตอร์แลปทอปเข้าไปนั่งทำงานได้ทันที โดยออฟฟิศสำเร็จรูปนี้จะเตรียมระบบอินเตอร์เน็ต สายโทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องโทรสาร เครื่องชงกาแฟ และเครื่องดื่มอื่นๆในห้องจัดเตรียมอาหาร ห้องประชุม และพนักงานต้อนรับเอาไว้พร้อม สำหรับผู้เช่าทุกคนสามารถใช้ได้ (คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข้อดีข้อเสียเพิ่มเติม )

คำแนะนำทั่วไปของเราคือ ถ้าบริษัทของคุณยังมีขนาดเล็ก (พนักงาน 2-8 คน) และยังอยู่ในช่วงเพิ่งเริ่มต้นที่ยังไม่รู้ว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เราแนะนำให้คุณหาสำนักงานสำเร็จรูปหรือ Serviced Office ไปก่อนในช่วงนี้เพราะสามารถประหยัดเงินลงทุนในการตกแต่งสำนักงานจากพื้นที่เปล่า การจ้างพนักงาน admin เช่นพนักงานต้อนรับหรือพนักงานทำความสะอาด ท่านยังสามารถประหยัดการลงทุนซื้ออุปกรณ์สำนักงานราคาแพง รวมทั้งประหยัดการเช่าพื้นที่สำหรับทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้า และพื้นที่ห้องประชุม ซึ่งโดยมากไม่ได้มีพนักงานใช้งานในส่วนนี้ตลอดเวลา แต่ท่านยังต้องเสียค่าเช่าสำหรับพื้นที่ส่วนนี้ทุกเดือน การเช่า Serviced Office นี้ยังมีข้อดีเรื่องของสัญญาเช่าซึ่งมักมีความยืดหยุ่นกว่า ผู้เช่าสามารถทำสัญญาระยะสั้นเป็นเดือนต่อเดือน รายหกเดือน รายปี หรือ 3 ปีเหมือนการเช่าพื้นที่ว่างบนอาคารสำนักงานแบบปกติก็ได้

ผู้บริหารบริษัทฯหลายๆคนมักคิดว่าการเช่า Serviced Office เป็นการสิ้นเปลือง เพราะผู้ให้บริการจะต้องคิดกำไรจากการเช่าพื้นที่ และการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร การเช่าห้องประชุม ซึ่งก็เป็นความจริง แต่การเปรียบเทียบ Conventional Office VS Serviced office ควรคำนวณโดยการคิด Occupancy cost ทั้งหมด โดยคิดรวมค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่นค่าทำความสะอาด ค่าตกแต่งพื้นที่ ค่าไฟสำหรับระบบปรับอากาศ ค่าบำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ฯลฯ เข้าไปด้วย จึงจะเป็นการเปรียบเทียบที่ถูกต้อง และยังต้องไม่ลืมนับความยุ่งยากและกินเวลาในการทำกิจกรรมที่ไม่เป็น Core Business ของบริษัท เช่นการจัดการสรรหา โทรนัดพนักงานซ่อมบำรุงเครื่องถ่ายเอกสาร การสรรหาและฝึกฝนพนักงานต้อนรับที่มักมี Turnover สูง เป็นต้น

เมื่อบริษัทของคุณเติบโตขึ้นจนมีพนักงานมากขึ้น สามารถประเมินทิศทางของบริษัทได้มากขึ้น ว่าในปีถัดไปเป้าการเจริญเติบโตของบริษัทจะเป็นเท่าไร และต้องมีพนักงานเพิ่มขึ้นเท่าไร มีพนักงานระดับ 10 คนขึ้นไป เราจึงเริ่มแนะนำให้ลูกค้าเริ่มมองหาพื้นที่ว่างสำหรับตกแต่ง (Conventional Space) เนื่องจากจะมีการประหยัดต่อขนาดมากขึ้น การจ้างพนักงานต้อนรับของท่านก็จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ถัวเฉลี่ยกับรายรับ -รายจ่ายอื่นๆได้มากขึ้น มีความคุ้มค่าที่จะซื้ออุปกรณ์สำนักงานเป็นของตัวเองเพราะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก รวมทั้งสามารถที่จะผูกพันกับสัญญาเช่าในระยะยาวขึ้นได้ ฯลฯ

ท่านอาจเลือกพิจารณาการเช่า Home Office หรือ Standalone Office แทนการเช่าพื้นที่บนอาคารสำนักงานก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของบริษัท แต่ปกติ เรามักแนะนำให้บริษัทที่ค่อนข้างเติบโต และต้องการภาพลักษณ์ที่ดีให้เลือกเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานมากกว่า เนื่องจากการรับรู้ (Perception) ของคนส่วนมากมักเชื่อถือบริษัทที่มีสำนักงานในอาคารสำนักงานชั้นนำ มากกว่า Home office ยกเว้นท่านมีความต้องการเฉพาะของธุรกิจ เช่นต้องการเปิด Showroom ด้านล่างของสำนักงาน หรือต้องมีการใช้เสียงดัง ฯลฯ การใช้ Home Office จึงอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมขึ้นนั่นเอง

ทำไมลูกค้าถึงเลือกใช้บริการเช่าออฟฟิศจาก Bangkok Office Finder

เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงตัวกลาง แต่เป็นที่ปรึกษาที่ช่วยให้ลูกค้าประหยัดเวลา ลดความเสี่ยง และได้ออฟฟิศที่เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เช่า หากคุณกำลังมองหาออฟฟิศให้เช่าในกรุงเทพฯ ทีมงาน Bangkok Office Finder พร้อมช่วยคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันย้ายเข้าใช้งาน

ตัวอย่างลูกค้าที่เลือกใช้บริการ หาออฟฟิศกับเรา

Bangkok Office Finder ได้มีโอกาสให้คำปรึกษาและช่วยเหลือลูกค้าหลากหลายองค์กร ทั้งบริษัทไทยและต่างชาติ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ที่ต้องการหาออฟฟิศให้เช่าในกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านงบประมาณ ทำเล และภาพลักษณ์ขององค์กร

ติดต่อเรา

ปรึกษาและให้บริการ ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่มองหาพื้นที่ออฟฟิศให้เช่า